จัดฟัน ดัดฟัน มีกี่ประเภทและวิธีการดูแลรักษาระหว่างจัดฟัน
ทำไมต้องจัดฟัน ?
เนื่องจากฟันแต่ละคนมีการเรียงตัวที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างฟัน ขนาดฟัน ฟันเก ฟันเหยิน ฟันห่าง ฟันซ้อน การสบฟันที่ไม่ดี รวมถึงความสัมพันธ์ของขากรรไกรฟัน และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุและปัญหาสำคัญที่ทำให้ความมั่นใจลดลง รวมถึงบุคลิกภาพที่ไม่ดี การจัดฟันจึงเป็นการรักษาและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากฟันเรียงตัวไม่เหมาะสม เพื่อให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและเหมาะสม การจัดฟันจะช่วยลดปัญหาการในเคี้ยวอาหารและทำให้ฟันเรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้การจัดฟันยังมีผลดีต่อสุขภาพในช่องปากและฟันอีกด้วย เนื่องจากโครงสร้างของฟันมีการเรียงตัวเป็นระเบียบจึงช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดฟันผุและโรคเหงือกอีกด้วย
การจัดฟันช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันที่สบกันผิดปกติและเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ให้เรียงตัวได้เป็นระเบียบมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องปรับรูปลักษณ์โครงหน้าให้เรียวขึ้น จึงเป็นที่นิยมของดารา นักร้อง นักแสดง รวมถึงผู้คนทั่วไปอย่างมาก รอยยิ้มที่สวยงามจะเพิ่มความมั่นใจ ความผิดปกติในการเรียงต้วของฟันที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อรูปร่างปากและใบหน้า เช่น ฟันซ้อนเก, การสบฟันไม่ดี, การมีช่องห่างระหว่างฟัน
โดยการจัดฟันเซรามิก หรือ จัดฟันแบบดามอน รวมถึงการจัดฟันแบบใส จึงเป็นทางแก้ปัญหาได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง และยังช่วยให้ฟันเรียงตัวดีขึ้น ช่วยส่งเสริมบุคคลิกภาพของผู้เข้ารับการรักษาอีกด้วย ผลที่ได้หลังการจัดฟันรวมทั้งระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟัน ขึ้นอยู่กับอายุ และความรุนแรงปัญหาของการสบฟันที่พบ
การจัดฟันมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการ และความจำเป็นของผู้เข้ารับบริการแต่ละท่าน ผู้ที่ต้องการจัดฟันจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งข้อดี-ข้อเสีย รวมถึงวิธีการดูแลรักษาระหว่างที่จัดฟัน
ประเภทการจัดฟัน แบ่งการจัดฟันออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. แบบเครื่องมือติดแน่น
2. แบบเครื่องมือถอดได้
ข้อดีของการจัดฟัน
1. ฟันเรียงตัวสวยขึ้น มีรอยยิ้มที่สวยงาม
2. เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีขึ้น และเพิ่มความมั่นใจ
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการสบฟันที่ดีขึ้น และการเคี้ยวอาหารได้ดีกว่าเดิม
3. สุขภาพปากและฟันดีขึ้น การทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ฟันผุน้อยลง
4. ช่วยลดกลิ่นปาก ง่ายต่อการทำความสะอาดฟัน
5. การจัดฟันทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป (ขึ้นอยู่กับบุคคล)
ข้อเสียของการจัดฟัน
1. รู้สึกไม่สบายปากในช่วงแรกที่จัดฟัน มีอาการตึง และเจ็บที่ฟันในระหว่างจัดฟัน เกิดจากการเคลื่อนของฟัน
2. ระหว่างที่จัดฟัน ทำความสะอาดฟันยากขึ้น อาจทำให้ฟันผุและมีกลิ่นปากได้
3. หลังจัดฟันเสร็จแล้ว จะต้องใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของคุณหมอจัดฟัน
4. การพูดหรือออกเสียงไม่ชัดเจน
5. เสียเวลา 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของแต่ละบุคคล และต้องพบทันตแพทย์บ่อย ยกเว้น การจัดฟันแบบใส invisalign
6. มีค่าใช้จ่ายสูง
ขั้นตอนการจัดฟัน
ผู้ต้องการจัดฟันมาพบหมอจัดฟัน เพื่อปรึกษา บอกเล่าปัญหาของการสบฟันให้หมอจัดฟันทราบ ตรวจสภาพสมดุลของใบหน้าและขากรรไกร ตรวจฟันและกระดูกรองรับฟัน ตรวจช่องปากโดยทั่วไป ตรวจฟันผุ และเนื้อเยื่ออื่นๆภายในช่องปาก
ระยะเวลาในการจัดฟัน
โดยเฉลี่ยแล้วระยะเวลาในการจัดฟันจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 ปี โดยจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในการจัดฟันเป็นหลัก การเคลื่อนฟันเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำได้ในเวลาไม่นาน แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนฟันหลายซี่ในระยะทางไกลๆ หรือในกรณีที่มีการถอนฟันหรือมีการผ่าตัดร่วมกับการจัดฟัน ก็จะทำให้การจัดฟันใช้เวลานานมากขึ้น
ข้อควรปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน
1. การติดเครื่องมือจัดฟันจะทำให้มีเศษอาหารติดที่ฟันได้ง่ายรวมไปถึงการทำความสะอาดฟันจะมีความยากลำบากมากขึ้น ผู้ที่จัดฟันจึงต้องเพิ่มความละเอียดในการทำความสะอาดฟันรวมไปถึงการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฟันผุ
2. ควรรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่ายเพื่อป้องกันเครื่องมือจัดฟันเสียหาย หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีลักษณะแข็งและเหนียว เพราะนอกจากจะทำให้เหล็กจัดฟันเสียหายแล้ว อาจจะทำให้ปวดฟันอีกด้วย ควรใช้ฟันกรามเคี้ยวอาหารจะช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้
3. ควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดเป็นประจำ เนื่องจากการขาดความต่อเนื่องในการรักษาจะทำให้ระยะเวลาในการจัดฟันนานขึ้น รวมไปถึงผลลัพธ์ของการรักษาอาจไม่เป็นไปตามที่วางใว้อีกด้วย
อยากมีตังทำ แอดมาเลยค่ะ
ทางเข้า https://ipro666.com/
คลิ๊ก https://ipro666.com/

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น